Categories
แนวแอคชั่น

สเตรนเจอร์ ธิงส์ ภาค 1 ซีรีส์แนวไซไฟ/ลึกลับ  

สเตรนเจอร์ ธิงส์ ภาค 1 ซีรีส์แนวไซไฟ/ลึกลับ ที่น่าติดตามมากที่สุดอีกหนึ่งเรื่องกันเลย 

ชื่อเรื่อง : สเตรนเจอร์ ธิงส์ ภาค 1
ภาษา : อังกฤษ
ประเภท : วิทยาศาสตร์/สยองขวัญ
คะแนน : 8/10คะแนน

สเตรนเจอร์ ธิงส์ ภาค 1 เป็น ซีรีส์แนวไซไฟ/ลึกลับ ที่ผสมผสานกลิ่นอายของยุค 80 ได้อย่างลงตัว ทำให้เราได้เห็นถึงสไตล์หนังเท่ ๆ ที่นำเสนอเรื่องราวออกมาได้อย่างสนุกสนาน ลุ้นระลึก และไม่ควรพลาดสักตอน และในบทความนี้เราก็ไม่พลาดที่จะพาทุกคนมาย้อนดูหนังเรื่อง Stranger Things ภาคที่ 1 กันด้วย ถ้าพร้อมแล้วไปอ่านบทความนี้กันได้เลย (อ่านก่อนจะได้ไม่งงตอนดูกันน้า) 

เรื่องย่อ สเตรนเจอร์ ธิงส์ ภาค 1

เรื่องราวของ Stranger Things เริ่มต้นขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1983 ที่เมืองฮอว์กินส์ รัฐอินเดียนา จากการหายตัวไปของ วิล ไบเออร์ส อย่างเป็นปริศนา โดย วิล ได้หายตัวไปในกลางดึกของคืนหนึ่งระหว่างที่กำลังขี่จักรยานกลับบ้านพัก และยังรวมถึงเรื่องการทดลองประหลาด มิติคู่ขนานที่มีชื่อเรียกว่า Upside Down ที่มีสัตว์ประหลาด เดโมกอร์กอน หน้าตาน่ากลัวอาศัยอยู่ และเด็กหญิงพลังจิต 

ไมค์ ดัสติน และ ลูคัส ได้พบกับเด็กหญิงประหลาด พวกเขาพาเธอกลับมาที่บ้านของ ไมค์ และเรียกเธอว่า แอล (ย่อจาก อีเลเว่น หรือตัวเลข 11) พวกเขาถามถึงเรื่องราวประหลาดที่เกิดขึ้น ก็ดูเหมือนว่า แอล จะรู้ว่า วิล อยู่ที่ไหน และได้เล่าให้พวกเขาฟังว่ามีโลกคู่ขนานที่มีชื่อว่า Upside Down ที่มีสัตว์ประหลาดชื่อว่า เดโมกอร์กอน อยู่ในนั้น และหลังจากการหายตัวไปของ วิล ไม่นาน บาร์บาร่า เพื่อนของ แนนซี่ ก็หายตัวไปด้วยเช่นกัน 

ทั้งนี้ วิล พยายามติดต่อกับ จอยซ์ ผ่านทางโทรศัพท์แต่ก็ไม่เป็นผล จอยซ์ เลยคิดวิธีติดต่อกันผ่านไฟคริสต์มาสบนผนังบ้าน ทำให้ จอยซ์ ได้เบาะแสเกี่ยวกับโลกคู่ขนาน เพราะมี เดโมกอร์กอน ออกมาจากกำแพง และทางด้านเด็ก ๆ ก็ได้รู้ว่า วิล ติดอยู่ในโลกคู่ขนาน Upside Down ที่มีประตูทางเข้าอยู่หลายทางด้วยกัน ซึ่ง แนนซี่ และ โจนาธาน  ได้รวมตัวกันตามหา บาร์บาร่า และได้เข้าไปในมิติคู่ขนาน Upside Down ผ่านทางต้นไม้ต้นหนึ่ง นั่นเอง 

นอกจากนี้ สเตรนเจอร์ ธิงส์ ภาค 1 ยังเล่าต่อถึงเรื่องที่ ฮอปเปอร์ กำลังสืบเรื่องของห้องทดลองประหลาด เพราะห้องทดลองได้อำพรางการหายตัวไปของ วิล ด้วยร่างปลอม และได้เบาะแสว่าห้องทดลองเคยลักพาตัวเด็กคนหนึ่งที่มีพลังจิตไปเพื่อใช้ประโยชน์ในการทำสงครามกับรัสเซีย และพลังจิตนี้เองที่ทำให้ประตูมิติ Upside Down เปิดขึ้นได้ภายในห้องทดลอง 

คนของห้องทดลองได้ออกตามหา แอล แต่ก็ไม่เจอ ส่วนเด็ก ๆ ทุกคนได้มารวมตัวกัน และใช้พื้นที่ในโรงเรียนสร้างเครื่องมือให้ แอล สามารถใช้พลังเพื่อตามหา วิล และ บาร์บาร่า แอล พบว่า บาร์บาร่า ตายแล้ว ส่วน วิล นั้นซ่อนตัวอยู่ ก่อนที่สัญญาณจะขาดหายไป ต่อมา แนนซี่ สตีฟ และ โจนาธาน ได้เผชิญหน้ากับ เดโมกอร์กอน และสามารถหนีเอาตัวรอดออกมาได้สำเร็จ 

ฮอปเปอร์ และ จอยซ์ พยายามบุกเข้าไปในห้องทดลองแต่ก็ถูกคนของห้องทดลองจับเอาไว้ได้ ฮอปเปอร์ จึงยอมบอกที่อยู่ของ แอล แลกกับการได้เข้าไปในห้องที่มีประตูมิติคู่ขนาน Upside Down คนของห้องทดลองตามหาตัว แอล จนเจอ และ เดโมกอร์กอน ก็ปรากฏตัวขึ้นในโรงเรียน แอล ได้เสียสละตัวเองดึงเอา เดโมกอร์กอน กลับไปยังมิติที่มันจากมา ส่วน ฮอปเปอร์ และ จอยซ์ ก็ได้เจอกับ วิล และช่วย วิล ออกมาได้ในที่สุด แต่ วิล กลับดูแปลกไปจากเดิม ซึ่งเหตุผลอะไรที่ทำให้ วิล แปลกไปจากเดิมต้องไปหาคำตอบกันเองในเลยใน ซีรีส์ต่างประเทศ เรื่อง สเตรนเจอร์ ธิงส์ ภาค 1

ทำไมต้องดู สเตรนเจอร์ ธิงส์ ภาค 1

สำหรับ ซีรีส์ต่างประเทศ เรื่องนี้ ถือได้ว่าทำภาคแรกออกมาได้อย่างสนุกและน่าติดตามเป็นอย่างมาก ด้วยตัวเรื่องที่ได้ทิ้งปริศนาให้เราได้ลุ้นกันแถบทุกฉาก รวมฉาก CG ก็ได้ทำออกมาได้สมจริง (ตามยุคสมัย) แถมตัวละครแต่ละตัวก็มีเรื่องให้เราได้ติดตามกันทุกตัวจริง ๆ รวม ๆ แล้วเป็น ซีรีส์แนวไซไฟ/ลึกลับ ที่น่าติดตามมากที่สุดอีกหนึ่งเรื่องกันเลย 

 

 

 

สนับสนุนโดย :

สมัครบาคาร่า ที่เว็บคาสิโน888 เราเป็นเว็บคาสิโนที่สมัครง่ายที่สุด เกมคาสิโน สล็อต บาคาร่าเล่นง่าย ได้เงินจริง และยังสามารถดาวน์โหลดเอาไว้เล่นบนโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนได้

Categories
แนวแอคชั่น

ALONG WITH THE GODS: THE TWO WORLDS ฝ่านรกไปกับ 7 พระเจ้า 

ALONG WITH THE GODS: THE TWO WORLDS ฝ่านรกไปกับ 7 พระเจ้า 


ชื่อเรื่อง : ALONG WITH THE GODS: THE TWO WORLDS ฝ่านรกไปกับ 7 พระเจ้า
ภาษา : เกาหลี
ประเภท : แอ็กชัน/ชีวิต/แฟนตาซี
ความยาว : 2 ชั่วโมง 19 นาที
ปีที่ฉาย : 2017
คะแนน : 9/10
นักแสดงนำ : ฮาจองอู, ชา แท-ฮยอน, จู จีฮุน, คิมฮยางกี 


เรื่องย่อ


     ฝ่านรกไปกับ 7 พระเจ้า หรือ ALONG WITH THE GODS เป็นเรื่องราวของ ‘คิมจาฮอง’ (รับบทโดย ชา แท-ฮยอน) หนุ่มนักดับเพลิงที่ได้เสียชีวิตและถูกนำตัวไปสู่ยมโลก แล้วก็ทำให้เขาได้มาเจอกับเทพในยมโลกทั้ง 3 เทพ ได้แก่ ผู้นำเทพผู้พิทักษ์ ‘คังลิม’ (รับบทโดย ฮาจองอู), เทพนักต่อสู้ ‘เฮวอนมัค’ (รับบทโดย จูจีฮุน) และเทพแห่งนักคิด ‘ดังชุน’ (รับบทโดย คิมฮยางกี) ซึ่งเทพทั้ง 3 นี้ จะพาคิมจาฮองผจญภัยฝ่า 7 แดนนรก เพื่อพิสูจน์ความดีภายใน 49 วัน ให้ได้กลับไปเกิดใหม่บนโลกมนุษย์ 


การดำเนินเรื่อง

     การดำเนินเรื่องของ ALONG WITH THE GODS ในช่วงแรกจะค่อย ๆ ถ่ายทอดให้คนดูได้รับรู้บาปกรรมของตัวละครไปเรื่อย ๆ และเมื่อคนดูเริ่มเข้าใจตัวละครเป็นอย่างดีแล้วก็จะเข้าสู่การผจญภัยในยมโลก ซึ่งตอนนี้หนังก็จะเริ่มเข้มข้นมากขึ้นเรื่อย ๆ มีฉากแอ็กชันเข้ามาให้เห็นบ่อย ๆ ซึ่งตรงจุดนี้ก็ทำให้หนังมีอรรถรสเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ คนดูรู้สึกสนุกและตื่นเต้นไปกับตัวละคร และการฝ่านรกไปกับ 7 พระเจ้า แต่ในช่วงหลังอาจจะดูเล่นใหญ่ไปหน่อย ซึ่งทำให้ความสนุกของหนังแอ็กชันแฟนตาซีลดลง เมื่อเทียบกับช่วงแรก 

รีวิว Along With The Gods:The Last 49 Days ฝ่า 7 นรกไปกับพระเจ้า 2


การสอดแทรกเนื้อหาและคำสอน


     ฝ่านรกไปกับ 7 พระเจ้า เรียกได้ว่าเป็นหนังแอ็กชันเกาหลีที่มีการสอดแทรกเนื้อหาและคำสอนเข้ามาได้อย่างน่าสนใจมาก โดยเนื้อหาจะสอนให้คนรู้จักทำความดีในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งตัวละครหลักจะต้องไปผจญภัยใน 7 แดนนรก และแต่ละแดนขุมนรกนั้นก็จะมีเทพที่อยู่ประจำคอยตัดสินว่าความผิดที่เคยทำในตอนที่มีชีวิตอยู่นั้นร้ายแรงมากน้อยเพียงใด และต้องชดใช้กรรมนั้นอย่างไร 


งานด้านโพรดักชัน

     สิ่งแรกที่ทำได้น่าประทับใจมาก ๆ ก็คืองานภาพ เขาทำออกมาได้สวยงามเลยทีเดียว โดยเฉพาะการดีไซน์นรกแต่ละขุม ดูสมกับเป็นหนังแอ็กชันแฟนตาซี ชวนจินตนาการมาก ๆ ฉากแอ็กชันถือว่าทำได้ดีพอสมควร ถึงแม้ว่า CG อาจจะไม่ได้เนียนกริบมากเท่าไหร่ก็ตาม แต่โดยรวมถือว่าดูสนุกและมันมาก ๆ มุมกล้องดูเท่ ไม่เหมือนใคร งานโพรดักชันของหนัง ฝ่านรกไปกับ 7 พระเจ้า ถ้าให้พูดโดยรวม ก็ต้องบอกว่าหากมีการพัฒนาอีกนิด กลบจุดด้อยอีกหน่อย ก็จะถือว่าเป็นหนังแอ็กชันเกาหลีที่เพอร์เฟกต์อีกหนึ่งเรื่องเลยแหละ

 

 

 

สนับสนุนโดย : 

https://sa-game.bet/สมัครบาคาร่า888/ เว็บบาคาร่าและคาสิโนออนไลน์ที่ดีที่สุด พร้อมโปรโมชั่น2022 ฝากถอนออโต้ไม่มีขั้นต่ำ

Categories
แนวแอคชั่น

หนังใหม่น่าดู เดอะ แบทแมน (The Batman)

เดอะ แบทแมน (The Batman)

ชื่อเรื่อง : เดอะ แบทแมน (The Batman)
ภาษา : อังกฤษ
ประเภท : แอ็คชัน / ระทึกขวัญ
ความยาว : 178 นาที
คะแนน : 7.5/10 คะแนน

ถ้าหากพูดถึงซูเปอร์ฮีโร่สาย DC คงไม่มีใครไม่รู้จัก Batman กันอย่างแน่นอน เพราะคือตัวละครซูเปอร์ฮีโร่ที่ผู้คนจดจำได้มากที่สุด แถมยังมีจำนวนภาคต่อสร้างออกมาให้เราได้ติดตามกันหลายภาคด้วยกัน และล่าสุด! ก็ได้ปล่อยเรื่องราวของ บรูซ เวยน์ ที่ถูกหยิบมานำเสนอใหม่อีกครั้งในชื่อ The Batman หนังแนวแอคชัน/อาญญากรรม ซึ่งเรื่องราวจะสนุกน่าติดตามขนาดไหนตามเรามาอ่านเรื่องย่อกันได้เลย 

เรื่องย่อ เดอะ แบทแมน (The Batman) หนังใหม่น่าดู

The Batman ที่เป็นการบอกเล่าเรื่องราวของ บรูซ เวยน์ (รับบทโดย โรเบิร์ต แพททินสัน) ในวัยหนุ่ม ที่เลือดร้อน และกำลังตามจับมาตกรต่อเนื่อง เดอะริดเลอร์ ที่พยายามไล่ฆ่าผู้มีอิทธิพลแต่ละเมืองด้วยวิธีการที่โหดเหี้ยม โดยคนที่รับผิดชอบการสืบคดีนี้คือ ผู้หมวดกอร์ดอน ทั้งนี้มี แคทวูแมน, เดอะเพนกวิน และ คาร์ไมน์ ฟัลโคน มาร่วมแจมด้วยในการตามจับฆาตกรต่อเนื่องที่สร้างความวุ่นวายให้กับเมือง เมื่อหลักฐานเริ่มชัดเจนมากขึ้น และแผนการของพวกเหล่าร้ายปรากฏให้เห็นได้ชัดขึ้นเรื่อย ๆ Batman ก็ต้องพยายามนำตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้ เพื่อนำความยุติธรรมมาสยบอำนาจในทางมิชอบให้ได้ และนอกจากจะต้องตามจับฆาตกรต่อเนื่องแล้ว บรูซ เวยน์ ยังต้องพบเจอกับความจริงบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับตระกูลของเขาอีกด้วยในการคอร์รัปชัน สุดท้ายแล้วเรื่องราวของ หนังใหม่น่าดู เรื่อง The Batman จะจบอย่างไร ต้องไปติดตามกันต่อได้เลย 

ความสนุก ความมันส์ ของหนังเรื่อง เดอะ แบทแมน (The Batman) 

หนังเรื่อง The Batman ถือว่าทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว สมกับการรอคอยของเหล่าแฟนคลับ ที่อัดแน่นด้วยฉากสนุก ๆ ลุ้น ๆ ให้เราได้ติดตามกันหลากหลายฉากด้วยกัน พร้อมด้วย ภาพ เสียง และธีมเพลงเปิดตัว ก็ขอบอกเลยว่า ทำออกมาได้ดีสุด ๆ ไปเลย ถือว่าเป็น หนังแนวแอคชัน/อาญญากรรม ที่สามารถดูได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลย แต่อาจจะไม่เหมาะกับคนที่ชอบดูหนังฮีโร่ที่เน้นฉากแอคชัน ฉากบู๊ ฉากปราบเหล่าร้าย หรือการที่ฮีโร่ปรากฏตัวออกมาแล้วตื่นเต้นดีใจ เพราะเน้นเล่าเรื่องราวของ บรูซ เวยน์ มากกว่านั่นเอง 

ส่วนวิธีการดำเนินเรื่องก็ได้ออกมาได้อย่างกระชับ ไม่ยืดเยื้อ ดูแล้วไม่น่าเบื่อ และดูแล้วไม่งงกันอย่างแน่นอน ที่สำคัญการมารับบท The Batman ของพระเอกหนุ่มสุดฮอตอย่าง โรเบิร์ต แพททินสัน ก็ทำออกได้ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นซีนอารมณ์หรือฉากแอคชัน ฝีมือการแสดงของ โรเบิร์ต แพททินสัน ก็เอาอยู่ทุกฉากจริง ๆ รับรองเลยว่าดูแล้วไม่ผิดหวังกันอย่างแน่นอน (แถมอยากจะดูซ้ำกันอีกสักรอบอีกด้วย) 

 

 

 

สมัครบาคาร่า

Categories
ใหม่ล่าสุด

หนังซอมบี้เกาหลี ALIVE คนเป็นฝ่านรกซอมบี้ 

ALIVE คนเป็นฝ่านรกซอมบี้ 


ชื่อเรื่อง : ALIVE คนเป็นฝ่านรกซอมบี้
ภาษา : เกาหลี
ประเภท : ดราม่า/กระตุกขวัญ
ความยาว : 1 ชั่วโมง 39 นาที
ปีที่ฉาย : 2020
คะแนน : 7/10
นักแสดงนำ : ยูอาอิน, พัค ชิน-ฮเย 


เรื่องย่อ ALIVE


     ALIVE เป็นหนังซอมบี้เกาหลีที่บอกเล่าเรื่องราวของ ‘จุนอู’ (รับบทโดย ยูอาอิน) หนุ่มนักแคสเกมที่วัน ๆ เอาแต่อยู่ในอะพาร์ตเมนต์ ไม่ยอมออกไปไหน และมีเพื่อนบ้านที่พักอยู่ในอะพาร์ตเมนต์ฝั่งตรงข้ามอย่าง ‘ยูบิน’ (รับบทโดย พัค ชิน-ฮเย) วันหนึ่งพวกเขาต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน โดยในเมืองที่พวกเขาอาศัยอยู่นั้นเกิดการแพร่ระบาดของซอมบี้ ทำให้ทุกคนต้องพยายามหนีเอาตัวรอดจากเหตุการณ์นี้ จุนอู และยูบิน ก็เป็นหนึ่งในคนที่ต้องเอาตัวรอด พวกเขาเลือกที่จะเก็บตัวอยู่แต่ในห้องของตัวเองเพื่อเอาชีวิตรอดจากซอมบี้ ซึ่งพวกเขาก็ยังไม่รู้เลยว่าจะต้องต่อสู้กับพวกมันอย่างไร 


การดำเนินเรื่อง


     ALIVE คนเป็นฝ่านรกซอมบี้ จะเล่าเรื่องของหนุ่มสาวที่ต้องเอาตัวรอดจากการระบาดของซอมบี้ ซึ่งจะต้องเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่สามารถออกไปไหนได้ ถือว่าเป็นหนัง K-ZOMBIE ที่เปิดเรื่องมาก็ทำให้คนดูตื่นตัวกันตั้งแต่ต้นเลยทีเดียว เพราะดำเนินเรื่องค่อนข้างเร็วในช่วงแรก ซึ่งไม่ได้ปูทางไว้ให้คนดูทราบถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ แต่จะตัดเข้าประเด็นการแพร่ระบาดของซอมบี้เลย ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ดูแย่อะไร เนื่องจากตัวหนังสามารถสร้างบรรยากาศให้คนดูลุ้นและติดตามไปได้เรื่อย ๆ 


บทบาทของตัวละคร


     บทบาทของตัวพระเอกอย่าง ‘จุนอู’ หนุ่มวัยรุ่นที่ติดเกม และไม่ชอบออกไปไหน ถือว่าตัวละครนี้โดดเด่นมาก เพราะเป็นตัวแบกหนังไว้ทั้งเรื่อง ซึ่งก็ถือว่าเขาทำออกมาได้ดี เพราะหนังเรื่อง ALIVE คนเป็นฝ่านรกซอมบี้ จะเน้นโฟกัสไปที่ตัวละครหลักมากกว่า และไม่ได้เชื่อมโยงบทบาทของตัวละครอื่น ๆ นอกเหนือจากนางเอกของเราอย่าง ‘ยูบิน’ ที่รับบทโดย ‘พัค ชิน-ฮเย’ ซึ่งในเรื่องก็ยังไม่ได้โฟกัสตัวนางเอกมากนัก ทั้ง ๆ ที่มีปมอะไรบางอย่างที่สามารถถ่ายทอดให้รู้ได้ แต่หนังเลือกที่จะปล่อยให้คนดูวิเคราะห์กันเอง ตัวแบกของเรื่องนี้จึงตกไปอยู่ที่พระเอก 


บรรยากาศภายในเรื่อง


     เรียกได้ว่าเป็นหนัง K-ZOMBIE ที่พยายามแหวกแนว หรือทำให้แตกต่างไปจากหนังซอมบี้เรื่องอื่น ๆ โดยสเกลของหนังซอมบี้เกาหลีอย่าง ALIVE จะไม่ได้ใหญ่มาก เพราะเน้นสร้างบรรยากาศลุ้นระทึกในสถานที่แคบ ๆ ที่ตัวละครหลักจะต้องเอาชีวิตรอดให้ได้ ซึ่งเป็นอะพาร์ตเมนต์ในย่านหนึ่งของกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ หนังไม่ได้ใช้ CG เหมือนหนังเรื่องอื่น แต่จะเน้นที่การถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกของตัวละครที่ต้องต่อสู้กับสถานการณ์อันเลวร้ายในห้องแคบ ๆ

Categories
แนวแอคชั่น

[รีวิวหนัง] UNCHARTED ผจญภัยล่าขุมทรัพย์สุดขอบโลก

[รีวิวหนัง] UNCHARTED ผจญภัยล่าขุมทรัพย์สุดขอบโลก

ชื่อเรื่อง: UNCHARTED

ภาษา : อังกฤษ

ประเภท : แอคชั่น , ผจญภัย

ปีที่ฉาย: 2022

คะแนน: 8.5/10คะแนน

นักแสดงนำ: มาร์ค วอห์ลเบิร์ก,อันโตนิโอ บันเดรัส,ทอม ฮอลแลนด์

เรื่องย่อ UNCHARTED

เป็นเรื่องราวของ NATHAN DRAKE (TOM HOLLAND) ชายหนุ่มที่ทำงานเป็นบาร์เทนเดอร์ที่บาร์แห่งหนึ่ง ได้พบกับ SULLY (MARK WANHLBERG) ที่ได้มีการยื่นมือเข้ามาให้ร่วมมือกันตามล่าสมบัติที่หายสาบสูญไปโดยในการตามล่าสมบัติในครั้งนี้ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนเพราะมีการเชื่อมโยงไปกับพี่ชายที่หายไปทำให้เขาได้ตกลงร่วมมือกัน ในการตามล่าทั้งสมบัติที่ไม่เคยมีใครหาพบพร้อมทั้งตามหาเรื่องราวเบาะแสของพี่ชายที่ได้หายตัวไป

จุดเด่นของหนัง

UNCHARTED ผจญภัยล่าขุมทรัพย์สุดขอบโลก หนังเรื่องนี้เรียกได้ว่ามาพร้อมกับฉากแอคชั่นที่ทำออกมาได้ดีมากเลยทีเดียว ด้วยตัวละครคาแรกเตอร์ที่ดึงดูดความสนใจให้เราสามารถจดจำตัวละครแทบทุกตัวในเรื่องได้ รวมถึงนักแสดงสมทบเข้ามามีบทบาทมีสีสัน ที่มีส่วนช่วยให้ หนังเรื่องนี้มีความสนุกและดึงดูดความสนใจให้กับผู้ชมได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของงานเอฟเฟกต์ ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ในเรื่องนี้ทั้งภาพสีเสียงทำออกมาได้ดีอย่างไม่มีที่ติ ทำให้โดยรวมของหนังมีมิติและสร้างความอลังการตื่นตาตื่นใจให้กับคนดูได้เป็นอย่างดี ถ้าเกิดว่าใครจะหาหนังที่มาพร้อมทั้งความสวยของภาพ แสง สีเสียงครบแบบนี้ขอบอกเลยว่า UNCHARTED เรื่องนี้ตอบโจทย์

มาพูดถึงมุมมองที่ดูจะขัดตาผู้ชมไปบ้างไม่ว่าจะเป็นในส่วนของบทตัว UNCHARTED ผจญภัยล่าขุมทรัพย์สุดขอบโลก หนังที่ค่อนข้างจะมีช่องโหว่ที่ทำให้คนดูรู้สึกขัดตาขัดใจ เพราะการดำเนินเรื่องเราแบบข้ามผ่านจนทำให้ขาดความน่าเชื่อถือของตัวบท รวมถึงฉากแอคชั่นของตัวเรื่องที่ทำมายิ่งใหญ่และดูสวยงาม แต่ภาพรวมไม่ค่อยดึงดูดความสนใจ และลุ้นระทึกเท่าที่ควรยกตัวอย่าง เช่น ฉากที่พระเอกสามารถก้าวข้ามผ่านเรื่องราวต่าง ๆ อุปสรรคหลากหลายได้อย่างง่ายดายมากเกินไป จนทำให้คนดูสามารถเดาทางตัวบทออกได้ง่าย

โดยรวมแล้วความรู้สึกแรกหลังจากที่ได้ดู รู้สึกว่าเป็น UNCHARTED (2022) หนังที่มอบทั้งความสนุกและความบันเทิงได้ค่อนข้างดี ภาพรวมของหนังถือว่าทำออกมาได้ดีพอสมควร ยิ่งถ้าใครที่เป็นแฟน ๆ สายเกม รับรองว่าต้องถูกใจอย่างแน่นอนส่วนตัวคิดว่าหนังมีทั้งจุดดี และจุดที่ติดขัดหลายจุด แต่ถ้าเกิดให้มองภาพรวมของหนัง นับว่า UNCHARTED (2022) เป็นหนังอีกหนึ่งเรื่องที่ควรคุ้มค่าแก่การเสียเงินและนั่งดู ใครที่รอ UNCHARTED พากย์ไทย ก็มีให้ติดตามชมแล้ววันนี้

Categories
แนวตลก ใหม่ล่าสุด

[รีวิวหนัง] เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ

[รีวิวหนัง] เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ (FAST AND FEEL LOVE)


ชื่อเรื่อง : เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ (FAST AND FEEL LOVE)
ภาษา : ไทย
ประเภท : แอ็กชัน, โรแมนติก
ความยาว : 2 ชั่วโมง 12 นาที
ปีที่ฉาย : 2022
คะแนน : 7/10 


นักแสดงนำ : ณัฏฐ์ กิจจริต, อุรัสยา เสปอร์บันด์
  เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ เรียกได้ว่าเป็นหนังที่มีการเสียดสีหนังดังต่าง ๆ มากมาย มีความตลกร้าย ล้อเลียน แต่อีกนัยหนึ่งก็เหมือนกับการชื่นชมหนังเรื่องต่าง ๆ ที่เอามาล้อเลียน เหมือนกับหนังเหล่านั้นได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้กำกับอย่าง เต๋อ นวพล ที่นำมาสร้างเป็นหนังเรื่องนี้นั่นเอง


เรื่องย่อ เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ


  เปิดเรื่องเร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ จะเริ่มที่ตัวละครที่มีชื่อว่า เกา รับบทโดย ณัฏฐ์ กิจจริต ซึ่งถือเป็นนักแสดงนำของเรื่อง โดยเขาเป็นเด็กชายที่มีความฝันอยากจะเป็นนักกีฬา SPORT STACKING ที่เก่งที่สุดในโลก แต่การที่จะเป็นเช่นนั้นมันก็ยากพอสมควรเลย แต่เขาก็ยังคงฝันไปไกล เกาเรียนในโรงเรียนเดียวกันกับ เจ รับบทโดยสาวญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ เด็กหญิงลูกครึ่งที่เก่งในวิชาภาษาอังกฤษ ในขณะที่เกานั้นมีความฝันอันยิ่งใหญ่ แต่ตัดภาพมาที่เธอคนนี้ เธอกลับอยากเป็นเพียงแค่คนธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่สามารถเรียนจบแล้วมีทำงาน มีบ้าน มีครอบครัว ซึ่งทั้งคู่มีความคิดที่แตกต่างกัน แต่ก็เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงมหาวิทยาลัย เจและเกาก็ได้คบกันเป็นแฟน อาจจะฟังดูเนิบ ๆ แต่ก็ยังเป็นภาพยนตร์โรแมนติกที่สนุกอยู่ 


ฝีมือนักแสดงนำ
สำหรับตัวละครหลัก เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ ถือว่าณัฏฐ์ และญาญ่า แสดงได้ดี สมมาตรฐานเลยแหละ ในบทบาทของเกาที่แสดงโดยณัฏฐ์นั้นจะเป็นคนที่สนใจแต่ความฝันและสิ่งที่ตัวเองรัก จนบางครั้งเหมือนไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลย แต่ในส่วนของเจ ที่แสดงโดยญาญ่านั้นจะเป็นคนนิ่ง ๆ ไม่หวือหวามากนัก แต่ก็เป็นคนที่ใจดีพอสมควร สำหรับบทของญาญ่าในเรื่องนี้ เรียกได้ว่าเป็นบทที่มีความแตกต่าง ๆ จากเรื่องอื่น ๆ ที่เธอได้รับ ซึ่งจะไม่ค่อยเห็นญาญ่าในเวอร์ชันนี้มากนัก รวม ๆ แล้วเป็นหนังล้อเลียนที่ดูได้แบบเพลิน ๆ 


โพรดักชันโดยรวม
เมื่อพูดถึงงานภาพและการตัดต่อของหนังเรื่อง เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ ก็ถือว่าทำออกมาได้โอเค อาจจะมีบางช่วงของการตัดต่อที่เรารู้สึกงงนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ถือว่าแย่ แต่ในส่วนของงานภาพนี้ขอชมจริง ๆ ทำได้สวยมาก ไม่ว่าจะเป็นเฉดสี โทนสีต่าง ๆ ทำให้เรื่องนี้ดูน่าติดตาม การนำเสนอและการดำเนินเรื่องก็ดูน่าตื่นเต้น ถือว่าเป็นหนังแอ็กชันที่ทำโพรดักชันออกมาได้ดี


สำหรับ เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ FAST AND FEEL LOVE ถือเป็นอีกหนึ่งหนังแอ็กชันที่น่าติดตาม โดยรวมแล้วถือว่าสนุก มีฉากแอ็กชัน มีความโรแมนติก และได้นำเสนอมุมมองของคนสองคนที่มีความคิดไม่เหมือนกัน แต่ก็ได้มาคบกันเป็นแฟน เป็นภาพยนตร์โรแมนติกที่ดูได้เรื่อย ๆ ดูแบบเพลิน ๆ คลายเครียด ไม่ต้องคาดหวังอะไรมาก เป็นหนังล้อเลียนที่เน้นฉากแอ็กชัน เหมาะกับการดูในเวลาว่างเพื่อผ่อนคลาย

Categories
ใหม่ล่าสุด

[รีวิวหนัง] เทอมสองสยองขวัญ หนังสยองขวัญน้ำดี ฝีมือคนไทย

[รีวิวหนัง] เทอมสองสยองขวัญ หนังสยองขวัญน้ำดี ฝีมือคนไทย

ชื่อเรื่อง: เทอมสองสยองขวัญ

ภาษา : ไทย

ประเภท : สยองขวัญ

ปีที่ฉาย: 2022

คะแนน: 7/10คะแนน

นักแสดงนำ: แพรวา สุธรรมพงษ์ , ปาณิสรา ริกุลสุรกาน , ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ , ศวรรยา ไพศาลพยัคฆ์ , กฤตย์ จีรพัฒนานุวงศ์ , เขมิศรา พลเดช

เรื่องย่อ เทอมสองสยองขวัญ

เรื่องย่อ เทอมสองสยองขวัญเป็นเรื่องราวของความสยองขวัญ 3 เรื่องสั้นได้แก่ เชียร์ปีสุดท้าย ดำเนินเรื่องโดย(มิวสิค แพรวา สุธรรมพวษ์) ที่เราความขนหัวลุกของเรื่องราวในการซ้อมเชียร์ซึ่งก็มีเค้าโครงเรื่องจริงที่พูดกันหลายต่อหลายคนว่า ตำนานนี้เฮี้ยนจริง ๆ ถัดมาเป็นเดอะซี ดำเนินเรื่องโดย(เจมส์ ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ) ที่จะเล่าเรื่องในวันสถาปนาของผีนักศึกษาแพทย์ที่จะกลับท่นอนที่เตียงซีของวันสถาปนาทุก ๆ ปี และเรื่องสุดท้ายคือชุดครุย ตำนานชุดครุยของตึกวิทย์เก่าที่เป็นเรื่องราว สยองขวัญ เลื่องลือ นำแสดงโดย (กิต กฤตย์ จีรพัฒนานุวงศ์) ครบเครื่องทั้งสามเรื่องราว เรื่องราวแต่ละตอนจะสยองขวัญแค่ไหน และสามารถผ่านเหตุการณ์ขนหัวลุกกันได้หรือไม่ ติดตามได้ที่ เทอมสอง สยองขวัญ 

ตำนานความหลอกหลอน 

จุดเด่นของเทอมสอง สยองขวัญ เรื่องนี้อยู่ที่ความ สยองขวัญ และการทำการบ้านมาดีของนักแสดง ด้วยความที่เป็นเรื่องราวที่เล่าจากเรื่องจริงทำให้ผู้ชมคาดหวังและสยองขวัญตามได้ง่าย รวมถึงนักแสดงแต่ละคนมีคาแรกเตอร์ที่ชัดเจนแสดงออกมาได้ดีสมบทบาท บอกเลยว่าน่าประทับใจเป็นอย่างมาก แต่ด้วยความที่หนังผลิตจากค่ายดัง ที่คาดหวังไว้พอสมควรแต่การปะติดปะต่อเรื่องราวของทั้งสามตอนดูจะยังไม่ค่อยอยู่ในจังหวะที่พอดีสักเท่าไหร่นัก เนื้อเรื่องยังดูฉีกขาดเกินไปหน่อย แต่โดยรวมแล้วพอมาอยู่ในเรื่องราวของความสยองขวัญก็ทำให้หลังออกมาดีและปรับอารมณ์ให้ผู้ชมได้ขวัญผวาไปตามๆกัน

สำหรับ เทอมสอง สยองขวัญ เป็นอีกหนึ่งหนังสยองขวัญน้ำดี ฝีมือคนไทยที่ห้ามพลาดโดยแต่ละเรื่องมีจุดเล่าที่แตกต่างกันพอร์ตเรื่องแปลกใหม่ เป็นอีกหนึ่งความน่าประทับใจและน่าติดตามของวงการหนังไทยได้เป็นอย่างดีต้องบอกว่าเรื่องนี้ที่แผงมุมมองของวัยรุ่นยุคนี้ที่แสดงให้เห็นถึงมุมมองของความคิดค่านิยมในสังคมและการพยายามเอาตัวรอดเรียกได้ว่าเป็นหนังกันน้ำดีที่สะท้อนให้แง่คิดและแง่มุมของสังคมในยุคนี้ได้เป็นอย่างดีทั้งความหลอน ความดราม่าและเรื่องราวชวนให้นึกถึงกับตำนานความเชื่อต่าง ๆ  ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าติดตามและควรค่าแก่การดูอย่างมากเลยทีเดียว

Categories
แนวโรแมนติก

[รีวิวหนัง] THE KISSING BOOTH   เดอะ คิสซิ่ง บูธ 3

[รีวิวหนัง] THE KISSING BOOTH   เดอะ คิสซิ่ง บูธ 3

ชื่อเรื่อง: THE KISSING BOOTH   เดอะ คิสซิ่ง บูธ 3

ภาษา : อังกฤษ

ประเภท : โรแมนติก,คอมเมดี้

ปีที่ฉาย: 2021

คะแนน: 8/10คะแนน

นักแสดงนำ: JOEY KING, JOEL COURTNEY, JACOB ELORDI, MOLLY RINGWALD

เรื่องย่อ THE KISSING BOOTH   เดอะ คิสซิ่ง บูธ 3

เรื่องย่อ THE KISSING BOOTH   เดอะ คิสซิ่ง บูธ 3 หนังน้ำดีจาก NETFLIX เรื่องราวมีอยู่ว่าหลังจากที่แอลได้รู้ว่ามหาวิทยาลัยทั้งสองได้เลือกตอบรับให้เธอเป็นนักศึกษา เธอก็ได้เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับที่แม้ไม่กล้าจะบอกกับแฟนหนุ่มอย่างโนอาร์และเพื่อนสนิทสุดซี้อย่างลี ซึ่ง หลังจากที่จบไฮสคูล ก็ได้ใช้เวลาชีวิตในช่วงฤดูร้อนไปกับการท่องเที่ยวให้คุ้มค่าก่อนที่เธอจะเลือกชีวิตมหาลัยและเธอก็ได้รู้ว่าไม่มีอะไรแน่นอนไปกับอนาคตของถึงเรื่องราววุ่นๆของทั้งสามคนระหว่างแอล โนอาร์และลีจึงได้เริ่มต้นขึ้น

จุดเด่นของหนัง

THE KISSING BOOTH   เดอะ คิสซิ่ง บูธ 3หนังเล่าเรื่องได้อย่างสนุก สานต่อซีซั่นที่2ได้อย่างลงตัวแทบจะไม่มีส่วนที่ยืดเยื้อของหนังเลย พยายามเล่าเรื่องของตัวละครออกมาได้ดีมาก พยายามที่จะเล่าถึงความเป็นมิตรภาพของคำว่าเพื่อนและคนรัก สอดแทรกฉากโรแมนติกได้อย่างถึงพริกถึงขิงกันเลยทีเดียว ใครที่รอคอยฉากนี้รับรองว่าไม่ผิดหวัง ได้ฟินกันสุดๆอย่างแน่นอน 

ต้องบอกว่าเนื้อเรื่องดำเนินมาถึง ซีซั่นที่3 แล้ว เรียกได้ว่าเป็นการเติบโตไปพร้อมกับตัวละครอย่างแท้จริงท่านแต่การที่เราได้เห็นตัวละครเริ่มเข้าสู่วัยใสไฮสคูล จนตอนนี้ เข้าสู่การเข้ามหาลัยอย่างเต็มตัว แต่อาจจะมีติดขัดอยู่บ้างในบางช่วงยกตัวอย่างเช่นเนื้อเรื่องที่ดูมีความธรรมดาสานฝันตามแบบฉบับวัยใสที่ดูแล้วจะธรรมดาเกินไปหน่อย เนื้อเรื่องไม่ได้พอแหวกแนวคือเดาทางได้ยากซึ่งคนดูก็สามารถเดาเนื้อเรื่องและฉากต่อๆ ไปได้ 

สรุปโดยภาพรวมของ THE KISSING BOOTH   เดอะ คิสซิ่ง บูธ 3หนังเรื่องนี้ เป็นแนวร่วมกับเด็กวัยรุ่นที่พยายามสอดแทรกมิตรภาพความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนและคนรักแนะนำสำหรับคนที่ไม่ได้ดูภาคแรกให้ดูก่อนที่จะมาดูภาพนี้พอเรื่องราวปะติดปะต่อกันทำให้เราได้เห็นถึงการเติบโตของนักแสดงมายังภาคนี้ส่วนใหญ่เนื้อเรื่องจะวนเวียนไปกับกลุ่มของเพื่อน 

แม้ ซีซั่นที่3 ฉากจบอาจจะไม่ประทับใจสำหรับใครหลายคนแต่ก็สะท้อนถึงชีวิตจริงของวัยรุ่นและทำให้เราเห็นถึงความเป็นจริงได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น นับว่าเป็นหนังน้ำดีอีกหนึ่งเรื่องที่ดูเพลินๆได้ดีเลยทีเดียวติดตามรับชมได้ที่ช่องทาง NETFLIX หรือใครอยากจะดู เดอะ คิส ซิ่ง บูธ 3 พากย์ไทย ก็มีบริการให้แล้ววันนี้

 

 

 

 

เว็บบอล