รีวิว The Tomorrow War หนังแอคชั่น สุดมันส์ ที่คุณไม่ควรพลาดอย่างแท้จริง สนุกมาก ไม่จกตา

     The Tomorrow War เป็น หนังแอคชั่น สัญชาติอเมริกันแนวแอคชั่นไซไฟที่ผสานความเป็นวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับลิมิตของการเดินทางข้ามเวลาได้อย่างดี กำกับโดย Chris McKey เขียนบทภาพยนตร์โดย Zach Dean นำแสดงโดย Chris Pratt, Yvonne Strahovski, J.K.Sommons, Betty Gillpin บอกเลยว่าใครที่ชอบดูหนังเกี่ยวกับวันสิ้นโลกและหลงรักการดูหนังที่มีฉากบู๊แบบระห่ำ ใส่มากันชนิดที่เรียกได้ว่าลืมหายใจกันไปได้เลยเนี่ย เรื่องนี้คือหนังบ็อกบลัสเตรอ์ฟอร์มยักษ์ที่ไม่อยากให้พลาดไม่ว่าจะด้วยเหตุผลประการใดก็ตาม

หนังแอคชั่น การผสานรวมของอวกาศและมิติเวลาที่ลงตัว ย่อยไม่ยาก ดูแบบเพลิน ๆ 

     The Tomorrow War เป็น หนังแอคชั่น ที่เชื่อเหลือเกินว่าใครที่ชอบดู หนังแอคชั่น อังกฤษ  หรืออยากตามหาลิสต์รายชื่อ หนังแอคชั่นน่าดู 2020 เรื่องนี้เหมาะอย่างยิ่ง กับการนำเสนอเรื่องราวของโลกอนาคตปี 2051 เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ เมื่อเหล่ากองทัพเอเลี่ยนต้องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์จนเหลือเพียง 5 แสนคนเท่านั้น เมื่อโลกอนาคตกำลังแย่ พวกเขาเหล่านั้นจึงใช้วิทยาการความรู้ที่ก้าวหน้าไปไกล ย้อนเวลากลับมาเพื่อขอให้เหล่าบรรพบุรุษของพวกเขา ร่วมรบเพื่อกอบกู้มนุษยชาติเอาไว้

     งานนี้เลยตกมาเป็นหน้าที่ของ แดน ฟอเรสเตอร์ อดีตทหารผ่านศึกที่เป็นนักวิจัยในกองทัพ และทำการผันตัวเองเป็นอาจารย์สอนชีววิทยา ต้องเข้าร่วมรบในครั้งนี้เนื่องจากความรู้และเหตุผลสำคัญที่ซ่อนเอาไว้ในเรื่อง (ไม่ขอสปอยล์) ตรงนี้นะ โดยเอเลี่ยนที่บุกเข้ามาในโลกชื่อว่า “ไวท์สไปก์” ที่เริ่มรุกรานดินแดนทางตอนเหนือของรัสเซียก่อน ซึ่งเป็นการการันตีว่าโลกไม่สามารถป้องกันตัวเองจากดาวเทียมหรือยานอวกาศได้อีก มันทำการฆ่าล้างมนุษย์ในระยะเวลา 3 ปี ทำให้ผู้คนเริ่มน้อยลงเรื่อย ๆ และแดนจะต้องพบกับอนาคตที่ทำให้เขาต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ก่อนจะเข้าร่วมสงครามต่างมิติในครั้งนี้

ความรู้สึกส่วนตัวหลังจากชมหนังเรื่องนี้ สนุกจริงไหม ควรดูหรือเปล่า…เรามีคำตอบ

     หนังเรื่อง The Tomorrow War เป็น หนังแอคชั่น ที่น่าสนใจมาก เป็น หนังฝรั่งแอคชั่น 2020 และ หนังแอคชั่น พากย์ไทย ที่ทำให้เราพร้อมตั้งคำถามตลอดเวลา การหยิบยกเรื่องการเดินทางข้ามเวลาแน่นอนว่าไม่ใช่พล็อตที่สดใหม่สักเท่าไร เรามักเคยเห็นหนังแนวนี้มามากพอสมควร แต่สิ่งที่เรามักตั้งคำถามคือลิมิตและกฎข้อจำกัดของเวลานี่เอง ที่คนสร้างหนังต้องทำออกมาให้ได้ จนคนดูอย่างเราไม่สามารถตั้งคำถามได้อีก ไม่ว่าจะเป็น แล้วถ้าเกิดว่าตัวพระเอกในอดีตจะต้องไปเจอกับตัวเองในอนาคตจะเป็นอย่างไร หรือการที่เราต้องพบเจอความจริงว่าเราต้องเจอกับอะไรในอนาคต เรายังตัดสินใจทำสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเหมือนเดิมหรือเปล่า

     ซึ่งจุดนี้ถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างมาก และหนังก็ทำออกมาได้ดีทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่ชอบคือการสร้างคาแรกเตอร์ที่ทำให้คนดูอย่างเราร้องว้าวได้แทบตลอดทั้งเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นความฉลาด ความมีไหวพริบ สภาพร่างกายที่แข็งแรง คล่องแคล่ว สมรรถภาพเหล่านี้ทำให้เรารู้สึกทึ่งและตื่นเต้นไปในเวลาเดียวกัน มากไปกว่านั้นคือแม้ว่าเราจะดูหนังการต่อสู้ในวันล้างโลกมามากแต่หนังเรื่องนี้สร้าง Mood and Tone ที่ต่างไปค่อนข้างมาก มันยิ่งเพิ่มมิติให้หนังเข้าไปอีก เช่น การสอดแทรกประเด็นดราม่าของตัวละครพ่อลูก ซึ่งพ่อของแดนที่เป็นวิศวกรเองก็มีปูมหลังที่น่าสนใจและมีผลสืบเนื่องมายังปัจจุบันของแดนเป็นอย่างมาก

     แม้ว่าเขาจะปักใจเชื่อว่าพ่อนั้นเป็นคนที่เขาไม่ควรแคร์ด้วยซ้ำก็ตาม มากกว่านั้นหนังเรื่องนี้ยังสร้างความพิเศษด้วยการทำให้มีการจบเรื่องถึง 2 Step นั่นคือจบที่โลกอนาคตและโลกปัจจุบันอีกด้วย ถือว่าเป็นอะไรที่สะท้อนความครีเอทของการสร้างบทหนังพอสมควร จุดเด่นของหนังเรื่องนี้บอกเลยว่ามาอีกเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นฝีมือการแสดงของเหล่านักแสดงที่ทำมาตรฐานได้สูงมาก รวมถึงโปรดักชันที่ยิ่งใหญ่อลังการสุด ๆ ใคนที่อยากดูภาคต่อ ขอกระซิบตรงนี้เลยว่าทีมงานเดิมนั้นกำลังทำการสร้างภาค 2 อยู่จ้า รอดูกันได้เลย

บทความที่เกี่ยวข้อง